![]() |
|
Spaces home Small room for a small p...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
Small room for a small person ห้องน้อยๆ ของคนนิดๆTime changed people changed, me too. It's only about seeing, knowing and then accept them as they are with this small person inside...เมื่อเวลาแปรผัน...คนก็แปรเปลียน...รวมทั้งฉันด้วย ก็แค่พิจารณา...เรียนรู้...และรับรู้...จากห้องหัวใจเล็กๆ ของคนเล็กๆ ข้างใน
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมห้องน้อยของเรา
ทำตัวตามสบายนะ เดินให้ทั่ว
ห้องของเราแม้จะเล็กแต่บรรจุเรื่องราวไว้ไม่น้อย เป็นเรื่องราวที่คงไม่ได้บอกเล่าแม้คุณจะมานั่งอยู่ตรงหน้า
เราเชื่อว่า ประสบการณ์ของคนเราคงไม่ต่างกันมากมายนัก ในเรื่องที่ทิ้งผลกระทบทางอารมณ์ ทั้งสุข และ เศร้า ไว้
บอกเราด้วยว่าคุณรู้สึกอย่างไร มันทำให้คุณระลึกถึง ใคร อะไร บ้างหรือเปล่า...........ถ้าคุณอยากเล่าเราก็อยากฟัง
อาจจะเป็นวิถีของโลกเสมือนจริงแห่งนี้ ที่เราจะพูดและฟังกันคนละสถานที่ คนละเวลา
เพื่อที่ว่า....บางที...เราจะเข้าใจกันมากขึ้น มากกว่าอยู่ต่อหน้ากัน....
บางทีอาจจะมากกว่าคนที่อยู่ในชีวิตจริงจะเป็นได้ และ...ทิ้งโนตไว้ให้เรารู้นิดนึงนะว่า คุณแวะมา....
Thank you for visiting my small room, make yourself at home, look around. Though this is just a small room but contain quite a lot stories, the stories that might not been told even we were confronted. I belive that there are not much difference for all of our experiences that leaved effect both gladness and sadness inside us. Tell me how do you think, is it remind you of someone or something? If you would like to tell I ll be very happy to listen to you. It may be only here in the virture space that we can talk we cant listen to each other at the different times from the different places and get more understanding than we met in person. May be even more than you can get from the person in your real life.
And please leave a note of visiting, thank you.
So tell that someone that you love
Just what you're thinking of ........................................
If tomorrow nevercomes............
..................................................
|
September 05 ใส่หัวใจไว้ในดอกปีบดอกปีบที่ไม่มีวันร่วงหมดต้น
บางครั้งฉันรู้สึกขัดอกขัดใจกับการตั้งชื่อใหม่ให้ดอกไม้อย่างเลิศหรู
หรือ ตั้งใหม่เพื่อแก้เคล็ดอะไรบางอย่าง
แต่ "ดอกปีบ" เป็นเหมือนชื่อเล่นของ "กาสะลอง" ฟังดูน่ารักสมตัวทั้งสองชื่อ ใครอย่าได้คิดชื่อใหม่ให้มันเชียว
จะอย่างไรดอกไม้ก็ต้องโรยราอยู่ดี ไม่ว่าบางคนจะไม่อยากเด็ดดอกไม้จากต้น
หรือ บางคนชอบที่จะตัด จะเด็ดดอกไม้
ให้มาสวย ให้มาหอมอยู่ข้างๆ ตัว มันคงบอกไม่ได้ว่าอยากอยู่คาต้น
หรืออยากมางามแอร่มแฉล้มหอมอยู่นอกต้น
ที่สุดแล้วมันคงอยู่ที่ตัวเราจะให้ความรู้สึกกับมันแค่ไหน จะดูแลมันอย่างไร จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ตรงไหน
เมื่อวันที่มันโรยราจากไป
ความรักของฉันกับดอกปีบเกิดขึ้นเมื่อฉันพบว่า
ดอกปีบที่งามง่ายด้วยกลีบสีขาวเพียง 4 กลีบ
แต่มีลีลาท่าทีด้วยรอยหยักตรงปลายกลีบหนึ่ง
เป็นที่ที่เกสรสีหลืองอ่อนจุดกำเนิดกลิ่นหอม อิงแนบอยู่ตรงกลีบนั้น
กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่กรุ่นตลอดวัน ตลอดคืน หอมอวลละไม หอมไม่เว้นวรรคพักผ่อนเอาเสียเลย
ฉันไม่ต้องลำบากใจว่าจะเด็ดดอกปีบจากต้นดีหรือไม่
เพราะดอกปีบจะทิ้งดอกร่วงลงบนพื้นตลอดเวลา
ดอกปีบที่ร่วงลงมานี้จะยังสดแจ่มและหอมทุกดอกไป ฉันไม่เคยอดใจได้ที่จะเก็บดอกปีบมาใส่แก้วแช่น้ำไว้ใกล้ๆ สายตา
แล้วคอยโฉบเข้าไปหอมมันบ่อยๆ
ย่ำเย็นนั้น บนทางสายเดิมที่ต้องเดินผ่าน
ฉันไม่ยั้งใจที่จะเก็บดอกปีบดอกใหม่ๆ บนพื้นเหมือนที่ทำอยู่ทุกวัน
ใส่แก้วแช่น้ำวางไว้ข้างเตียง ให้กลิ่นของมันกรุ่นหวานอยู่ในความฝัน แอร์ที่ฉ่ำเย็นตลอดคืน แม้บางก้านใต้น้ำจะเริ่ม
หมองและช้ำแต่ตัวดอกกลับยิ่งสด กลีบแข็งส่งกลิ่นหอมเหมือนเดิม
ฉันหยิบดอกของเมื่อวานออกจากแก้ว
สังเกตเห็นว่าก้านดอกบางก้านมีรอยหัก
แต่รอยหักนั้นไม่ได้ทำให้มันงอ
ตัวดอกยังคงสดงามอยู่เหมือนเดิม ฉันทิ้งมันไม่ลง
เลยตัดก้านดอกส่วนที่เหลืองช้ำออกทีละดอก
แล้วได้ปีบก้านสั้น-ยาวไม่เท่ากัน เรื่อยๆ ไปในความรู้สึก
ดอกปีบก้านสั้นถูกเอาไปแช่ไว้ในขวดใส่น้ำใบจิ๋วแทน
แล้ววางไว้ข้างหน้าต่างห้องน้ำ
ดอกที่ก้านเกือบกุดแล้วถูกวางทับไว้บนหนังสือเล่มหนาหนัก ที่คว้ามาได้ใกล้ตัว
วันหนึ่งวันใดข้างหน้า ที่หนังสือเล่มนี้บังเอิญถูกเปิดออกมาอีกครั้ง
ดอกปีบแห้ง 2-3 ดอกนี้จะพาฉันกลับไปสู่ปีบ
ดอกงาม สด หอม...อีกครั้ง...และทุกครั้งไป หากเป็นคุณที่บังเอิญเปิดหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา
ฉันขอฝาก นิทานดอกปีบเรื่องนี้
เพื่อนำคุณกลับไปพบกับ ปีบดอกงาม
สด หอม....มา ณ ที่นี้ May 21 มุมมองของเต่ามุมมองของเต่า
March 01 The moment in timeชั่วขณะที่โลกเหมือนจะหยุดหมุน
ในซอยอุดมสุขมีปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเปิดบริการล้างรถด้วยเครื่องล้างอัตโตมัติเป็นแห่งแรกก่อนที่จะมีกันค่อนข้างแพร่หลายในระยะต่อมา และลดความนิยมลงไปมานิยมใช้คนล้างแทน วันนี้ปั๊มแห่งนี้ปิดบริการไปแล้ว
แม่บ้านของฉันผู้ซึ่งทำงานอยู่ด้วยกันมานานแสนนานจู่ๆ วันหนึ่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ลุกขึ้นไปแต่งงานกับฝรั่งซะเฉยๆ แต่ก่อนนั้นเธอจะเป็นผู้ดูแลความสอาดให้กับรถเล็กๆ ของฉันตลอดมาอย่างไม่มีบกพร่อง หลังจากนั้นเมื่อฉันย้ายจากบ้านที่มีที่จอดรถในบ้านมาอยู่คอนโดซึ่งต้องจอดรถในอาคารรวม รถฉันก็ไม่ค่อยจะได้โดนน้ำล้างเลยนอกจากน้ำฝน ที่คอนโดมีบริเวณหนึ่งที่จัดให้สำหรับเป็นที่ล้างรถเหมือนกัน เวลาจะล้างก็ไปติดต่อซื้อคูปองราคา 60 บาท แล้วก็มาล้างเองตรงที่ๆจัดไว้ให้เท่านั้น หลายๆ คน บ่นว่าเพิ่มอีก 40 บาท ไปให้ปั๊มใกล้ๆ นี้ล้างพร้อมดูดฝุ่นเลยจะดีกว่า ไม่เหนื่อยด้วย
ถ้ามีโอกาสและเวลาฉันไม่รังเกียจการล้างรถด้วยเอง อย่างน้อยก็เป็นโอกาสที่จะได้เห็นสภาพรถโดยทั่วๆ ไปบ้าง เพราะฉันไม่ค่อยใส่ใจมันมากนัก รอยอะไรได้มาจากไหนเมื่อไร ฉันไม่ค่อยได้รู้เรื่องกะเค้าหรอก อีกอย่างล้างรถทีฉันก็จะเปียกปอนไปทั้งตัว เย็นสบายดีออก แต่ที่คอนโดอย่างนี้คงไม่เหมาะนักที่จะขึ้นลงลิฟท์ในชุดกางเกงขาสั้นที่เปียกๆ
ปั๊มในซอยอุดมสุขที่ว่านั้น ในห้องขายของมีตู้กาแฟ ชนิดปั่นเมล็ดกาแฟใหม่ๆ ทุกแก้วที่กดสั่ง แม้ว่าเค้าจะตั้งไว้อ่อนไปสักหน่อยเพราะขายราคาถูก แต่กาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟที่ปั่นใหม่ๆ จะหอมเป็นพิเศษ
ฉันชอบไปล้างรถในช่วงบ่ายๆ หลังจากกดกาแฟไว้แล้วก็ถือเข้าไปในรถ ขับเข้าไปในอุโมงค์ ฟองโฟมไหลรินผ่านหน้าต่าง ฉันเปิดเพลงที่ชอบฟังพลาง ดื่มกาแฟ ภายนอกมองเข้ามาไม่เห็น ชั่ว2-3 นาทีนั้น ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่เป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น ทุกอย่างมิดชิด เคลื่อนไหวช้า แต่สนิทนิ่ง ดื่มด่ำกับความสุขในชั่วขณะที่เหมือนโลกจะหยุดหมุนเพื่อฉัน ความคิด ความรู้สึก ทุกอย่างทั้งหลายทั้งปวง เกิดขึ้นและเร้นซ่อนอยู่ในห้วงเวลาเล็กๆ นั้น คนเราควรจะมีเครื่องกำเนิดความสุขไว้ในตัวสักอันนะ ถ้าคนเราสามารถสร้างความสุขได้ด้วยตัวเอง จากตัวเอง เราคงลดการคาดหวังจากคนอื่นไปได้มาก ลดความผิดหวังไปได้เยอะ และ เราอาจเจือจานความสุขไปให้คนอื่นๆ ได้ด้วย
คอฟฟีฮิล ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่บนที่ๆ สวยที่สุดในโลก เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 18 กพ.51 February 25 ฝันไม่ต้องเป็นจริงฉันว่าฉันเป็นคนจริงจัง แต่มีบางคนว่าฉันขี้เล่น ฉันว่าฉันเป็นคนมีอารมณ์ขันหัวเราะได้ทั้งวัน แต่มีบางคนว่าฉันขี้แย บางทีฉันก็ขี้โมโหแต่บ่อยครั้งที่ฉันใจอ่อนจนเสียเรื่องเสียราว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันช่างจินตนาการเสียจนกลายเป็นเรื่องน่าขัน
ปกติฉันไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้บริการแท็กซี่เท่าไรนัก วันนั้นฉันจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดแต่เช้ามืดเลยต้องขึ้นแท็กซี่ไป ฉันไม่ค่อยกล้าพูดคุยกับคนขับแท็กซี่ บางทีฉันก็โดนคนขับชวนคุยในเรื่องที่ไม่อยากคุย แต่ก็ไม่อยากให้เค้าคิดว่าฉันถือตัว เช้าๆ อย่างนี้ฉันออกจะง่วงนอนนะ วันนี้จึงเป็นวันที่ฉันเลือกที่จะนั่งเงียบๆ แล้วสายตาก็มองเห็นพวงมาลัยที่แขวนอยู่หน้ากระจกส่องหลัง มันไม่เหมือนพวงมาลัยทั่วไปที่เราเคยเห็นกัน มันมีดอกอะไรต่างๆ ที่ฉันมองเห็นไม่ชัดเจนนักหลายอย่างผสมกัน มันเหมือนเป็นพวงมาลัยที่ร้อยกันเอง ไม่ใช่พวงมาลัยที่ร้อยขายกันข้างถนนแน่นอน บ้านพี่เค้าคงมีสวนเล็กๆ อยู่นะ คงอยู่นอกเมืองแหละ ก็ถ้ามีบ้านที่มีสวนดอกไม้อยู่ในเมืองไม่เห็นจะต้องมาขับรถแท็กซี่ ในสวนคงมีต้นไม้อะไรต่ออะไรขึ้นรกๆ อยู่ แล้วใครน้อ...ร้อยพวงมาลัยมาให้พี่เค้า มาแขวนไว้ให้ชื่นใจ...ให้เป็นกำลังใจกับวันที่จะเหนื่อย...จะร้อน... แม่เนื้อเย็นของพี่เค้า หรือว่า ลูกสาววัยรุ่น? พวงมาลัยนี้คงร้อยดอกไม้ที่ไม่ซ้ำกันสักวันนะ แล้วแต่ว่าวันไหนมีดอกอะไรบาน วันไหนดอกอะไรจะส่งกลิ่นหอมจนต้องออกไปเก็บมา... ฉันนั่งเพลินอยู่กับความคิดของตัวเองไปเรื่อย คนขับแท็กซี่คนนี้ไม่มีทีท่าว่าจะชวนผู้โดยสารคุยเลย จวนจะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว..... แหม....ไม่ได้นะ ฝันฉันยังไม่จบเลยนี่นา..... "พวงมาลัยนี่เอามาจากไหนเหรอจ๊ะ" พี่คนขับมองหน้าฉันผ่านกระจก แล้วทำหน้างงๆ "ไหนครับ" "ก็พวงมาลัยที่แขวนอยู่นี่น่ะ ได้มาจากไหน" "อ๋อ.....ไม่รู้....มันติดมากับรถ....เพิ่งเปลี่ยนกะน่ะ" ******************************************** ซะงั้น นะพี่นะ เสียงดัง "เพล้ง" อยู่ข้างในร่างกาย ไม่รู้เหมือนกันว่ามันดังมาจากส่วนไหน
น่า....กลิ่นหอมอ่อนๆ (ที่ไม่รู้มีอยู่จริงหรือเปล่า) ยังติดจมูกฉันมาจนวันนี้ February 05 Happy Roses Dayโตโยต้าโคโรน่าสีเทาดำคันที่คุ้นชินในสายตา.....จอดเทียบริมประตูรั้วบ้าน........................
ดอกกุหลาบสีแดงเข้มเกือบดำช่อนั้นมีก้านที่ยาวมากจนฉันมองมันเห็นก่อนหนุ่มร่างใหญ่ผู้ถือมา
จะก้าวลงจากรถ.....ฉันกรี๊ดกระโดดเข้าไปหา....เอ่อ...เข้าไปคว้า.................................. "ชื่นใจจัง ที่เห็นคุณดีใจ" คุณยิ้มทั้งใบหน้าและน้ำเสียง
............................ฉันกอดคุณเต็มอ้อมแขนสนิทนิ่ง อย่างจะถ่ายทอดความรู้สึกซาบ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||